หลังอาน

ประวัติหมาไทยหลังอาน


ประวัติสุนัขไทยหลังอาน
สุนัข ไทยหลังอานเป็นสุนัขพื้นเมืองพันธุ์แท้ มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางภาคตะวันออกแถบจังหวัดตราด ชลบุรี ระยอง ลักษณะเด่นคือ ดุร้าย จึงนิยมเลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน เพราะตามชนบทบ้านเรือนมักไม่มีรั้วรอบขอบชิด และกลางวันขณะที่ชาวบ้านออกไปทำไร่ทำนาก็จะปิดบ้านทิ้งไว้ให้สุนัขเฝ้าดูแล แทน อย่างไรก็ตามสุนัขพันธุ์นี้มักดุร้ายต่อเมื่ออยู่ในบ้านเท่านั้น หากออกนอกบ้านแล้วจะไม่ทำอันตรายใครทั้งสิ้น ยกเว้นเมื่อมันหรือนายของมันถูกทำร้าย สมัยก่อนชาวบ้านนิยมออกหาอาหารโดยการเข้าป่าล่าสัตว์ ซึ่งมักมีสุนัขติดตามไปช่วยล่าสัตว์ด้วย เพราะสุนัขนี้สามารถวิ่งได้เร็ว เรื่องมาจากมีช่วงลำตัวยาว อกลึกเป็นพิเศษและเอวคอด จึงถูกจัดเป็นสุนัขล่าเนื้อพันธุ์หนึ่ง แต่บางครั้งอาจได้ยินคนเรียกสุนัขพันธุ์นี้ว่า หมาตามเกวียน ตามลักษณะที่มันวิ่งตามเกวียนไปกับผู้เลี้ยงขณะเดินทาง

ไม่ มีหลักฐานชัดเจนว่าหมาไทยหลังอาน มีมาทั้งแต่เมื่อใด แต่พบหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรในสมุดข่อย เมื่อประมาณ 380ปีมาแล้วนับจากปัจุบัน ในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม แห่งกรุงศรีอยุธยา ปีพุทธศักราช 2170 เป็นบันทึกที่เก่าแก่เกียวกับหมาไทย เท่าทีหาพบได้ในประเทศไทย มีข้อความอ้างถึงหมาว่า“หมาตัวมันใหญ่ มันสูงสองสอกเศษ มันมีสีต่างๆไม่ซ้ำกัน มันมีขนที่หลังกลับ มันภักดีกับผู้เลี้ยงมัน มันหากินขุดรูหาสัตว์เล็กๆ มันชอบติดตามผู้เลี้ยงไปในป่า มันได้สัตว์มันจะนำมาให้เจ้าของ มันภักดีบ้านเรือน มันรักหมู่พวกของมัน มันไปกับเจ้าของมันถึงต้นยางมีน้ำมัน มีกำลังกล้าหาญไม่กลัวใครทั้งหลาย เป็นสุวรรณรัชตะชาด มันมีโคนหูสูง มันมีหางเหมือนดาบชาวป่า ถ้าผู้ใดมีไว้จะได้รับความภักดีจากมัน”

ทั้ง นี้ตามบันทึกมิได้ระบุเจาะจงว่าเป็นสุนัขไทยหลังอาน แต่ก็สันนิฐานได้ว่าน่าจะเป็นสุนัขไทยหลังอานได้ไม่ยาก เพราะลักษณะขนกลับที่หลัง และหางเหมือนดาบ นั้นหาได้แต่ในสุนัขไทยหลังอานเท่านั้น แต่จะเหมือนสุนัขไทยหลังอานในปัจจุบันหรือไม่นั้น ไม่มีใครทราบแน่นอน หรือมีหลักฐานเป็นรูปภาพวาดยืนยันไว้ และสุนัขที่มีขนกับหลังมีอยู่ไม่กี่พันธุ์ในโลกเท่านั้น หนึ่งในนั้นก็คือสุนัขไทยหลังอานของเรา

จาก หลักฐานของฝรั่งที่เข้ามาทำแผนที่ในเมืองไทยเมื่อหลายร้อยปีก่อน ได้เรียกสุนัขไทยหลังอานว่า ‘ ไทยภูกก ‘ ตามถิ่นที่มีคือ บนเกาะภูกก (Phu-Quoc) อันเป็นเกาะหนึ่งใกล้จังหวัดตราดซึ่งเคยเป็นของไทย แต่บัดนี้อยู่ ในความครอบครองของเวียดนาม และในปี พ.ศ. 2413 Cornelis Van Rooyen นักล่าสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่สมัยนั้น ได้นำเอาสุนัขไทยหลังอานมาผสม ข้ามพันธุ์กับสุนัขพันธุ์ mastiffs และสุนัขพันธุ์ Greyhounds ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนาพันธุ์ไปเรื่อยๆ จนกลาย เป็นสุนัขพันธุ์ Rhodesian Ridgeback อันเป็นสุนัขล่าสัตว์ที่มีชื่อเสียงที่สุดพันธุ์หนึ่งของโลก เพราะสามารถใช้ ล่าสิงโตได้จนมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า LionDog

การ วิวัฒนาการสายพันธุ์สุนัขไทยหลังอาน ไม่มีหลักฐานบันทึกที่แน่นอนว่าเริ่มต้นมาพัฒนาสานพันธุ์ตั้งแต่เมื่อใด แต่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าในปี พ.ศ.2470 หลวงปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ (ชาตะ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2441 มรณะ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2531) ท่านเป็นผู้ริเริ่มและพัฒนาสุนัขไทยหลังอาน จนได้สุนัขสีสวาทหลังอาน ที่มีสภาพสวยงาม คือขนสั้นและหางดาบ หลังจากนั้นได้นำไปผสมพันธุ์กับสุนัขไทยที่มีขนเกรียนในจังหวัดจันทบุรีและ ตราด ได้ลูกสุนัขหลังอานที่มีขนเกียนและกำมะหยี่ และมีผู้สนใจหลายท่านพัฒนา และจัดให้มีการจัดประกวดสุนัขไทยหลังอาน จนเป็นที่นิยมเลี้ยงกันมาจนปัจจุบัน

จังหวัด ตราดถือว่าหมาไทยหลังอาน มีถิ่นที่อยู่ในแถบนี้มาแต่โบราณ และถือเป็นสัญญาลักษณ์ของดีเมืองตราด จนมีการแต่งกลอนกลอนสุนัขไทยหลังอานขึ้นดังนี้

ปากทู่ หูตั้ง หางโด่ง

หัวโต อกกว้าง ร่างใหญ่

ฟ้นสวย เล็บงาม สีอำไพ

กล้ามใหญ่ ไหล่ตรง ตารี

เส้นหลังตรง อานยาว อุ้งเท้าสิงห์

ก้าวเดินวิ่ง เป็นสง่า เพิ่มราศรี

ใจสู้ รู้ภาษา ร่าเริ่งดี

หมาพันธุ์นี้ ของตราดแท้ แต่โบราณ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: